ก่อนอื่นต้องมาเรียนวิธีการเข้าเกียร์ให้ถูกต้องก่อน ดูตามวีดีโอได้เลยค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=4QaxOC3U4v0
**ผู้คุมสอบมักชอบดูว่าคุณจับเกียร์ได้อย่างถูกต้องหรือเปล่าซึ่งถือเป็นความปลอดภัยอย่างหนึ่ง***
การเพิ่มเกียร์ ให้เหยียบคันเร่งก่อนเสมอ เพื่อเพิ่มความเร็วให้ได้ความเร็วที่สัมพันธ์กันแล้วจึงเข้าเกียร์สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
การลดเกียร์ ให้เหยียบคันเบรคก่อนเสมอเพื่อลดความเร็วลงมาให้ได้ความเร็วที่สัมพันธ์กันแล้วจึงถอยเกียร์ลงมา
การลดเกียร์ให้ดูตามวีดีโอค่ะ สามารถดูได้จากวีดีโอค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=DhBZqd2FD3Q
**ตั้งแต่นาทีที่ 2,51 หลักการก็คือแป้นเบรคเป็นสิ่งที่เราเหยียบอันดับแรกและปล่อยเป็นสิ่งสุดท้าย **
การเปลี่ยนเกียร์นั้นใช้หลักการวัด 3 หลักการด้วยกัน แล้วแต่ความถนัด คือ
1. เสียงของเครื่องยนต์
2. ความเร็วของรถ (ดูจากมาตรวัดความเร็ว)
3. จำนวนรอบของเครื่องยนต์ (รอบหมุนของมอเตอร์หน่วยเป็น จำนวนรอบต่อนาที TR/MN) ดูจากมาตรวัดจำนวนรอบของเครื่องยนต์
ความเร็วของรถ
ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและเกียร์บนทางเรียบ มีดังนี้
เกียร์ 1 ความเร็ว 0-20 กม./ชั่วโมง
เกียร์ 2 ความเร็ว 20-40 กม./ชั่วโมง
เกียร์ 3 ความเร็ว 40-60 กม./ชั่วโมง
เกียร์ 4 ความเร็ว 60-80 กม./ชั่วโมง
เกียร์ 5 ความเร็ว 80 - 110 กม./ชั่วโมง
เกียร์ 6 ความเร็ว > 110 กม./ชั่วโมง
เสียงของเครื่องยนต์ ตอนเรียน code คงจะอ่านหนังสือมาบ้าง
sur-régime เช่นใช้เกียร์ 1 ในขณะที่ใช้ความเร็วอยู่ที่ 30 กม./ชั่วโมง ,
เกียร์ 2 ในขณะที่ใช้ความเร็วอยู่ที่ 50 กม./ชั่วโมง
สัญญานที่บอกก็คือเสียงเครื่องยนต์ที่ดังมากกว่าปกติ
ข้อดีก็คือ
ความแรงเพิ่มมากขึ้น ใช้สำหรับกรณีสำหรับการไต่ขึ้นเขา หรือ การแซง
หรือการเสียบเข้าทางด่วนหรือวงแหวน ข้อเสียก็คือเปลืองน้ำมันมาก
sous-régime คือการเข้าเกียร์ที่สูงกว่าเร็วเกินไป เช่น การเข้าเกียร์ 2
ในขณะที่ความเร็วอยู่ที่ 10 km/h
ดูได้จากรถวิ่งอืดถึงแม้จะเหยียบคันเร่งเต็มที่ หรือบางทีเครื่องยนต์ดับ
นั่นคือ ความแรงของรถไม่มี
จำนวนรอบของเครื่องยนต์
1.
การเพิ่มเกียร์นั้นสามารถดูจากจำนวนรอบของเครื่องยนต์
เมื่อมอเตอร์หมุนอยู่ที่ 2000 - 2100 TR/mn (รอบ/นาที)
ให้เปลี่ยนเกียร์สูงกว่าขึ้นไป
2.การลดเกียร์ (rétrograder) ดูจากจำนวนรอบของเครื่องยนต์ เมื่อมอเตอร์หมุนอยู่ที่ 1500 - 1000 TR/mn (รอบ/นาที) ให้ลดเกียร์ลงมา
** ทั้งนี้ทั้งนั้นนิยมใช้วิธีฟังเสียงเครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัย
เพราะการดูมาตรวัดนั้นแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ**
Note :
1. เกียร์ 1 ใช้เมื่อรถหยุดสนิทหรือเกือบสนิท หรือระหว่างรอติดไฟแดง
(ถ้าเราคิดว่าเราเป็นพวกเข้าเกียร์ช้า ก็เข้าเกียร์ 1 ค้างไว้
แต่ในขณะสอบการเข้าเกียร์ 1 ค้างบ่อยๆ
จะทำให้ไม่ได้คะแนนในหัวข้อประหยัดน้ำมัน)
2.เวลาจะเข้าวงเวียนต้องเข้าด้วยเกียร์ 2 ทุกครั้งอย่าเหยียบคลั๊ซค้าง
มันจะทำให้เกิดอาการ roue libre มีผลทำให้สอบตกแบบทันที (éliminatoire)
โดยไม่ต้องลุ้นคะแนน
3.การที่เตรียมจอดติดไฟแดงนั้นต้องจอดด้วยเกียร์ 2 ยกเว้นกรณีเจอไฟส้มกระชั้นชิดสามารถจอดโดยใช้เกียร์ 3 ไม่ผิดกติกา
4. ในเมืองหากถนนนั้นเป็นเส้นตรง ไม่มีทางแยก สามารถใช้เกียร์ 4
โดยคงความเร็วไม่เกิน 50 km/h ข้อนี้เวลาสอบจะได้ + 1 คะแนน
หัวข้อประหยัดน้ำมัน
5.
จอดติดไฟแดงให้เข้าเกียร์ว่าง ( point mort ) เสมอ
บางโรงเรียนให้นร.เข้าเกียร์ 1 ค้างเวลาที่เด็กเข้าเกียร์ไม่ทัน คำแนะนำคือ
เข้าเกียร์ว่างจะดีกว่า เพราะจะได้คะแนนเพิ่ม 1 คะแนน หัวข้อประหยัด
แต่ถ้าไม่ชินก็เข้าเกียร์ 1 ค้างไว้ก็ได้
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ระยะทางต่างๆ ( La distance)
สูตรตามรูปก็คือ
รูปที่ 1 ซ้ายมือสุด คือ ระยะ 0 รถที่เราอ้างอิง = ?
รูปที่ 2 ตรงกลาง คือ ระยะที่เริ่มเหยียบเพดานเบรค (Début de freinage)
รูปที่ 3 ขวาสุด คือ ระยะที่รถหยุดนิ่งสนิท (Arrêt)
เส้นสีเขียว คือ ระยะทางที่รถกำลังแล่นอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่ใช้ในการตอบสนองต่อการกระทำ ในทีนี้ หมายถึง คันเบรค (Distance parcourue distance pendant le temps de réaction ) **ทำความเข้าใจประโยคให้ดี**
Distance parcourue = ระยะทางที่รถกำลังแล่นอยู่
le temps de réaction = ระยะเวลาที่ใช้ในการตอบสนองต่อการกระทำใดๆ
pendant = ในระหว่าง
**ปฎิกิริยาตอบสนอง หมายถึงร ะยะเวลาที่เราคิดที่จะเหยียบเบรค คือ หมายถึงเรากำลังคิดจะเหยียบคันเบรคแต่ยังไม่เหยียบ **
เส้นสีฟ้า คือ ระยะเบรค (Distance de freinage)
ความหมายของรูปก็คือ
ระยะที่รถหยุดนิ่งสนิท = ระยะทางที่รถกำลังแล่นอยู่ในระหว่างระยะเวลาตอบสนอง + ระยะเบรค
la distance d'arrêt = la distance parcourue pendant le temps de réaction + la distance de freinage
สิ่งที่จะต้องจำคือ
1. le temps de réaction en moyenne 1 seconde ระยะเวลาที่ใช้ในการตอบสนองโดยเฉลี่ย 1 วินาที
2. le temps de réaction ขึ้นอยู่กับ fatigue,soucis,alcool ซึ่งจะ augmenter (แปลว่าเพิ่มขึ้น ความหมายก็คือ ถ้าหากเราเหนื่อย ดื่มสุรา เราก็ใช้เวลา le temps de réaction มากขึ้น เช่นจาก 1 วินาที เป็น 5 วินาที )
2. la distance parcourue pendant une seconde x 3 การหาระยะทางที่รถกำลังแล่น ในช่วงเวลา 1 วินาที ให้เอา 3 คูณ เช่น
- ความเร็ว 60 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 6 6 x 3 = 18 เมตร
- ความเร็ว 90 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 9 9 x 3 = 27 เมตร
- ความเร็ว 130 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 13 13 x 3 = 39 เมตร
3. la distance de freinage นับจากระยะเวลาที่เริ่มเหยียบคันเบรคจนกระทั่งรถหยุดนิ่งสนิท (รูปที่ 2 - รูปที่ 3)
ระยะเบรคขึ้นอยู่กับ
- amortisseur
- des disques,des plaquettes
- charge de véhicule น้ำหนักของที่บรรทุกบนรถ
4. la distance de sécurité ใช้ 2 วินาที
5. การคำนวณ distance de sécurité = la distance parcourue pendant le temps de réaction x 2 (ระยะปลอดภัยใช้ 2 วินาที)
- ความเร็ว 60 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 6 6 x 3 x 2 = 36 เมตร
- ความเร็ว 90 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 9 9 x 3 x 2 = 54 เมตร
- ความเร็ว 130 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 13 13 x 3 x 2 = 78 เมตร
6. distance d'arret
การคำนวณ ถนนแห้ง
- ความเร็ว 60 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 6 ให้ยกกำลัง 2 = 6 x 6 = 36 เมตร
- ความเร็ว 90 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 9 ให้ยกกำลัง 2 = 9 x 9 = 81 เมตร
- ความเร็ว 130 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 13 ให้ยกกำลัง 2 = 6 x 6 = 169 เมตร
การคำนวณ ถนนเปียก ให้นำระยะทางบนถนนแห้งมา หาร 2 แล้วบวกเข้าไปใหม่
- ความเร็ว 60 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 6 ให้ยกกำลัง 2 = 6 x 6 = 36 เมตร 36 + (36/2) = 54 เมตร
- ความเร็ว 90 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 9 ให้ยกกำลัง 2 = 9 x 9 = 81 เมตร 81 + (81/2) = 121.5 เมตร
- ความเร็ว 130 km/h ให้ตัด 0 ข้างหน้าออก เหลือ 13 ให้ยกกำลัง 2 = 13 x 13 = 169 เมตร 169 + (169/2) = 253.5 เมตร
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ณ วันสอบขับ (Le jour de l’examen pratique)
ผู้เข้าสอบจะต้องเตรียม carte de séjour หรือ CNI (บัตรประจำตัวประชาชนฝรั่งเศส) หรือ หนังสือเดินทาง เพื่อแสดงต่อผู้คุมสอบ ต่อไปนี้จะเรียกผู้คุมสอบ (l'inspecteur du permis ) สั้นๆโดยใช้คำว่า inspecteur และ หนังสือ livret d’apprentissage (บางเขตเขาก็ไม่เอา ต้องถามครู ) ในรถนั้นจะมีผู้โดยสาร 3 คนคือ ผู้เข้าสอบ (le candidat) , ผู้คุมสอบ (l'inspecteur),ครู (le moniteur)
การสอบขับจะใช้เวลาโดยประมาณ 32 - 35 นาที ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนแรก inspecteur จะตรวจเอกสารที่โรงเรียนยื่นมาให้ เป็นแบบฟอร์มสีส้มซึ่งจะมีหมายเลขประจำตัวผู้สอบ เรียกว่า NEPH (หมายเลข NEPH สามารถใช้ดูผลสอบทาง internet ได้) ซึ่ง inspecteur จะดูด้านหลังแบบฟอร์มสีส้มว่าผู้เข้าสอบมีคุณสมบัติตรงหรือไม่ กล่าวคือ 1. สอบผ่านภาคทฤษฎี (examen théorique / le code) มาแล้ว 2. อายุของ code ต้องไม่เกิน 5 ปี 3. สอบได้ไม่เกิน 5 ครั้งต่ออายุของ code
ขั้นตอนที่ 2 inspecteur จะเรียกผู้เข้าสอบเข้าไป เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆว่าเป็นคนๆเดียวกันซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องแสดงบัตรประจำตัวของตน (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งตามด้านบน) และยื่นหนังสือ livret d’apprentissage
ขั้นตอนที่ 3 inspecteur จะอธิบายว่าจะมีการสอบแบบไหนบ้าง
การสอบขับจะมี 3 ส่วนโดยทั่วไป
ส่วนที่ 1 การขับตามที่บอก inspecteur จะบอกทิศทางว่าจะเลี้ยวไปไหนบ้าง ซ้าย ขวา ออกวงเวียนที่ 2 ตรงไป เรียกง่ายๆว่าขับตามคำสั่ง
ส่วนที่ 2 การสอบขับ Une période d’autonomie เป็นช่วงเวลาทดสอบโดยให้เราตัดสินใจเองประมาณ 5 นาที ขับตามป้ายบอกทาง (itinéraire)
inspecteur จะบอกป้ายชื่อเมือง ให้เราขับตามป้ายชื่อเมืองไป เช่น Paris ก็ให้ขับตามป้ายปารีสไปเรื่อยๆ ในส่วนนี้ ส่วนใหญ่จะมีให้ขับส่วนของถนนวงแหวน (la rocade / le périphérique) หรือ ทางด่วน (autoroute) ขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่ใกล้จุดใด ความเร็วที่ใช้แตกต่างกัน ต้องสังเกตป้าย และปรับเปลี่ยนความเร็วตามสถานการณ์
ส่วนที่ 3 การทำ manoeuvre หรือการบังคับรถ inspecteur จะให้เราทำ 2 อย่าง คือเราเลือกเอง และ เขาเลือกให้ เช่น การให้กลับรถ (demi-tour), จอดแบบ épi arrière, épi avant, bataille avant, bataille arrière,créneau,marche arrière (ถอยหลัง)
** การทำ manoeuvre ถ้าเป็นการกลับรถจะต้องหมุนพวงมาลัยไม่เกิน 3 ครั้ง , ถ้าเป็นการจอดแบบ créneau ใช้เวลาให้พอเหมาะพอเจาะ ถ้าชนฟุตบาทเบาๆไม่เป็นไร แต่ถ้าชนฟุตบาทแรง จะติด E เทคนิคคือเวลาเข้าเกียร์ถอยหลังอย่าใช้คันเร่งให้ใช้คลั๊ซให้เป็นประโยชน์ เหยียบคลั๊ซช้าๆ ส่วน bataille กับ épi เขาไม่นับว่าจะหมุนพวงมาลัยได้กี่รอบ ดังนั้นพยายามใจเย็นๆอย่ารีบให้จอดสวยที่สุด แต่ก็อย่านานเกินเหตุ**
บางครั้ง inspecteur ให้เราทำ manoeuvre 1 ครั้ง inspecteur เลือกให้หรือเราเลือกเอง แล้วจะมีการ test autonome เช่น การบอกให้เราหยุดตรงทางแยก ซึ่งเราจะต้องตัดสินใจเองว่าจะหยุดตรงไหน บางครั้งด้านหน้าเรามีทางม้าลาย หรือ ที่หยุดจักรยาน ดังนั้นเราจะต้องหยุดก่อนที่จะถึงที่หยุดจักรยาน ถ้าหากมีคนข้ามถนนด้านหน้า เราจะต้องหยุด 2 ครั้งเป็นต้น หลักๆคือให้เราตัดสินใจเอง
ส่วนที่ 4 การตอบคำถาม จะมีคำถามภายในรถ 1 คำถาม คำถามนอกรถ 1 คำถาม
*** inspecteur จะบอกว่าให้ใช้ความเร็วแบบใด แบบ jeune conducteur หรือ ปกติ ถ้าไม่บอกแสดงว่าใช้ความเร็วปกติ แต่ถ้าเขาไม่บอก แนะนำให้ถาม inspecteur อย่านึกเอาเอง เขาไม่ว่าถ้าเราจะถาม
หลังจากนั้นแนะนำว่า ให้คุณบอกกับ inspecteur ว่า Pouvez-vous parler lentement,s'il vous plaît parce que je parle un petit peu Français. Merci beaucoup . (ปูเว วู้ ปาร์เล่ ล๊องเทม๊อง ซิลวูเปล ปาร์เซ เคอ เฌอ ปาร์เลอ อัง เปอตี เปอ ฟร๊องเซ .แมซี่ โบกู) ความหมายคือได้โปรดพูดช้าๆหน่อยเพราะฉันพูดภาษาฝรั่งเศสได้นิดหน่อย ขอบคุณมาก ***
ขั้นตอนที่ 4 บางเขตครู ( le moniteur) จะแนะนำให้เดินตรวจสภาพภายนอกของรถ รอบรถ ดูลมยาง สภาพของกระจก etc. บางเขตอย่าทำเพราะ inspecteur จะด่าว่าเสียเวลา จะทำหรือไม่ให้ถามครู ต่อไปจะเรียกครูว่า moniteur
ขั้นตอนที่ 5 ให้ปรับที่นั่งในรถ ขั้นตอนก็คือ
พอนั่งแล้วให้ยื่นขาไปลองแตะกับคันเร่ง คันเบรก คลั๊ซ ว่าไกล-ใกล้ไปไหม ขาจะต้องสามารถยืดหยุ่น อย่านั่งชิดขา ให้แยกขานิดๆ ถ้ายังให้เลื่อนที่นั่ง( siège )ไปด้านหน้า - ด้านหลัง ที่ปรับมักจะอยู่ใต้เบาะ รถบางรุ่นสามารถปรับเบาะขึ้น-ลงได้ หลังจากนั้นจับพวงมาลัยดูว่าระยะพอเหมาะพอเจาะหรือยัง อย่าให้แขนงอมากหรือตึงเกินไป ถ้ายังให้ปรับพนักเอน ส่วนนี้เรียกว่า Dossier ที่ปรับมักจะอยู่ด้านข้าง และลองเอนดูว่าหมอนรองศีรษะ (appui-tête)ตรงหรือยัง หลังจากนั้นให้ปรับกระจกด้านใน - ด้านนอกว่าสามารถมองเห็นดีหรือไม่ กระจกด้านใน (มองหลัง) จะต้องเห็นด้านหลังได้ชัดดี กระจกด้านนอกจะต้องมองเห็นมุมท้ายรถได้ดี ต่อมาให้คาดเข็มขัดนิรภัย หันไปดูผู้โดยสารทุกคนว่าคาดเข็มขัดถูกต้องหรือไม่ การคาดเข็มขัดนิรภัยที่ถูกต้อง เข็มขัดนิรภัยจะต้องไม่บิดเป็นเกลียว บ่อยครั้ง inspecteur จะแกล้งคาดเข็มขัดบิดเป็นเกลียวให้สังเกตดีๆ อย่าสักแต่ดูผ่านๆ หลังจากนั้น ให้ใช้ประโยคหากินว่า
Avez-vous attacher la ceinture de sécurité (อาเว-วู้ ซาทาซเฌ่ ลา แซง / ซัง ตูเรอ เดอ เซคูรีเต้) ตัว v จะออกเสียงกึ่งๆระหว่าง ฝ กับ ว เอาตามถนัดค่ะ
หรือจะบอกในตอนที่เรากำลังคาดเข็มขัด โดยการออกคำสั่งทุกคนว่า Attachez vos ceintures, s'il vous plait ! (อาต๊าซเช่ โว๊เตรอ แซ็ง/ซัง ตูเรอ ซิลวูเปล)
หันไปดูผู้โดยสารทุกคนว่าคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้อง ต่อด้วยประโยค êtes-vous prêts? (เอ๊ด-วู เพร๊ส?) พอทุกคนตอบ ก็เริ่มออกตัวได้
*** ขั้นตอนปรับที่นั่งสำคัญมากอย่าทำผิดขั้นตอน ไม่งั้นคะแนน 2 คะแนนจะหายไปตามสายลม***
ถ้าอ่านแล้วยังงงสำหรับขั้นตอนการปรับที่นั่งให้ดูตามวีดีโอใน youtube เช่น
https://www.youtube.com/watch?v=uMdRuHufcxo หรือ https://www.youtube.com/watch?v=TaeTz_BzzLo หรือพิมพ์คำว่า "installation au poste de conduite"
**ข้อควรระวัง คือการหมุนพวงมาลัย ต้องหมุนพวงมาลัยให้ถูกต้อง และอย่าเลี้ยงคลั๊ซเมื่อไม่ต้องการให้รถดับ หรือกำลังอยู่ในวงเวียน เพราะติด E**
การเตรียมตัวเรื่องสนามสอบ มีคำแนะนำคือ
1. ให้ขอติดรถคนอื่นที่ไปลองสนามสอบบ่อยๆ เพราะครูมักจะชี้ให้ดูจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และดูข้อบกพร่องของคนอื่น เราจะได้ระวัง
2. ใช้ google street view ให้เกิดประโยชน์คอยส่องถนน ส่องป้าย
การเตรียมตัวสอบ
ทำใจให้สบาย อย่าเครียด อย่าหมกมุ่น อย่ากังวลไปกับคำถามนอกรถ-ในรถเพราะมันไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือช่วงเวลาที่คุณขับรถ พยายามควบคุมสติและสมาธิในช่วงเวลา 32 - 35 นาที ให้ได้ วันก่อนสอบควรออกจะไปออกกำลังกาย shopping ดูหนัง อ่านหนังสือ นอนอืด ให้คลายเครียดที่สุดอย่ากดดันตนเอง ส่วนใหญ่ที่พลาดกันไม่ใช่เพราะว่าอุปสรรคทางด้านภาษา แต่เป็นเพราะ วิตกจริต กดดันตัวเอง เกินไป ถ้าทำได้ชิวๆ ไม่ตั้งความหวัง ในวันสอบมักจะทำได้ดี
การสอบขับจะใช้เวลาโดยประมาณ 32 - 35 นาที ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนแรก inspecteur จะตรวจเอกสารที่โรงเรียนยื่นมาให้ เป็นแบบฟอร์มสีส้มซึ่งจะมีหมายเลขประจำตัวผู้สอบ เรียกว่า NEPH (หมายเลข NEPH สามารถใช้ดูผลสอบทาง internet ได้) ซึ่ง inspecteur จะดูด้านหลังแบบฟอร์มสีส้มว่าผู้เข้าสอบมีคุณสมบัติตรงหรือไม่ กล่าวคือ 1. สอบผ่านภาคทฤษฎี (examen théorique / le code) มาแล้ว 2. อายุของ code ต้องไม่เกิน 5 ปี 3. สอบได้ไม่เกิน 5 ครั้งต่ออายุของ code
ขั้นตอนที่ 2 inspecteur จะเรียกผู้เข้าสอบเข้าไป เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆว่าเป็นคนๆเดียวกันซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องแสดงบัตรประจำตัวของตน (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งตามด้านบน) และยื่นหนังสือ livret d’apprentissage
ขั้นตอนที่ 3 inspecteur จะอธิบายว่าจะมีการสอบแบบไหนบ้าง
การสอบขับจะมี 3 ส่วนโดยทั่วไป
ส่วนที่ 1 การขับตามที่บอก inspecteur จะบอกทิศทางว่าจะเลี้ยวไปไหนบ้าง ซ้าย ขวา ออกวงเวียนที่ 2 ตรงไป เรียกง่ายๆว่าขับตามคำสั่ง
ส่วนที่ 2 การสอบขับ Une période d’autonomie เป็นช่วงเวลาทดสอบโดยให้เราตัดสินใจเองประมาณ 5 นาที ขับตามป้ายบอกทาง (itinéraire)
inspecteur จะบอกป้ายชื่อเมือง ให้เราขับตามป้ายชื่อเมืองไป เช่น Paris ก็ให้ขับตามป้ายปารีสไปเรื่อยๆ ในส่วนนี้ ส่วนใหญ่จะมีให้ขับส่วนของถนนวงแหวน (la rocade / le périphérique) หรือ ทางด่วน (autoroute) ขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่ใกล้จุดใด ความเร็วที่ใช้แตกต่างกัน ต้องสังเกตป้าย และปรับเปลี่ยนความเร็วตามสถานการณ์
ส่วนที่ 3 การทำ manoeuvre หรือการบังคับรถ inspecteur จะให้เราทำ 2 อย่าง คือเราเลือกเอง และ เขาเลือกให้ เช่น การให้กลับรถ (demi-tour), จอดแบบ épi arrière, épi avant, bataille avant, bataille arrière,créneau,marche arrière (ถอยหลัง)
** การทำ manoeuvre ถ้าเป็นการกลับรถจะต้องหมุนพวงมาลัยไม่เกิน 3 ครั้ง , ถ้าเป็นการจอดแบบ créneau ใช้เวลาให้พอเหมาะพอเจาะ ถ้าชนฟุตบาทเบาๆไม่เป็นไร แต่ถ้าชนฟุตบาทแรง จะติด E เทคนิคคือเวลาเข้าเกียร์ถอยหลังอย่าใช้คันเร่งให้ใช้คลั๊ซให้เป็นประโยชน์ เหยียบคลั๊ซช้าๆ ส่วน bataille กับ épi เขาไม่นับว่าจะหมุนพวงมาลัยได้กี่รอบ ดังนั้นพยายามใจเย็นๆอย่ารีบให้จอดสวยที่สุด แต่ก็อย่านานเกินเหตุ**
บางครั้ง inspecteur ให้เราทำ manoeuvre 1 ครั้ง inspecteur เลือกให้หรือเราเลือกเอง แล้วจะมีการ test autonome เช่น การบอกให้เราหยุดตรงทางแยก ซึ่งเราจะต้องตัดสินใจเองว่าจะหยุดตรงไหน บางครั้งด้านหน้าเรามีทางม้าลาย หรือ ที่หยุดจักรยาน ดังนั้นเราจะต้องหยุดก่อนที่จะถึงที่หยุดจักรยาน ถ้าหากมีคนข้ามถนนด้านหน้า เราจะต้องหยุด 2 ครั้งเป็นต้น หลักๆคือให้เราตัดสินใจเอง
ส่วนที่ 4 การตอบคำถาม จะมีคำถามภายในรถ 1 คำถาม คำถามนอกรถ 1 คำถาม
link สำหรับ download เอกสารสำหรับคำถามในรถ - นอกรถ ซึ่งคำถามนั้นจะอยู่ใน file ที่แนะนำให้ download ทั้งหมด ไม่มีคำถามนอกเหนือจากนี้
- คำถามในรถ (intérieur)
http://verificationpermis.free.fr/document/verif_interieur.pdf
- คำถามนอกรถ (extérieur)
http://verificationpermis.free.fr/document/verif_exterieur.pdf
สำหรับปุ่มหรืออุปกรณ์บางอย่างในรถ - นอกรถ
นั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์ สามารถ search หาข้อมูลต่างๆ จาก
google ด้วยการพิมพ์คำว่า vérification extérieur / vérification
intérieur permis de conduire + ชื่อยี่ห้อและรุ่นของรถ เพื่อดูวีดีโอ
มีรถหลายรุ่นที่ไม่มีวีดีโอใน youtube ให้ดู จึงควรใช้ google ในการ search
หา
ส่วนใหญ่รถที่ใช้เรียนยอดฮิตจะเป็น Citroën รุ่น C3 งั้นแถม link วีดีโอให้ดู จริงๆมีหลายวีดีโออยู่ สำหรับรุ่นนี้
- คำถามในรถ (intérieur)
https://www.youtube.com/watch?v=eZ3zLF67F68
- คำถามนอกรถ (extérieur)
https://www.youtube.com/watch?v=M3FCfnIbiC8
*** inspecteur จะบอกว่าให้ใช้ความเร็วแบบใด แบบ jeune conducteur หรือ ปกติ ถ้าไม่บอกแสดงว่าใช้ความเร็วปกติ แต่ถ้าเขาไม่บอก แนะนำให้ถาม inspecteur อย่านึกเอาเอง เขาไม่ว่าถ้าเราจะถาม
หลังจากนั้นแนะนำว่า ให้คุณบอกกับ inspecteur ว่า Pouvez-vous parler lentement,s'il vous plaît parce que je parle un petit peu Français. Merci beaucoup . (ปูเว วู้ ปาร์เล่ ล๊องเทม๊อง ซิลวูเปล ปาร์เซ เคอ เฌอ ปาร์เลอ อัง เปอตี เปอ ฟร๊องเซ .แมซี่ โบกู) ความหมายคือได้โปรดพูดช้าๆหน่อยเพราะฉันพูดภาษาฝรั่งเศสได้นิดหน่อย ขอบคุณมาก ***
ขั้นตอนที่ 4 บางเขตครู ( le moniteur) จะแนะนำให้เดินตรวจสภาพภายนอกของรถ รอบรถ ดูลมยาง สภาพของกระจก etc. บางเขตอย่าทำเพราะ inspecteur จะด่าว่าเสียเวลา จะทำหรือไม่ให้ถามครู ต่อไปจะเรียกครูว่า moniteur
ขั้นตอนที่ 5 ให้ปรับที่นั่งในรถ ขั้นตอนก็คือ
พอนั่งแล้วให้ยื่นขาไปลองแตะกับคันเร่ง คันเบรก คลั๊ซ ว่าไกล-ใกล้ไปไหม ขาจะต้องสามารถยืดหยุ่น อย่านั่งชิดขา ให้แยกขานิดๆ ถ้ายังให้เลื่อนที่นั่ง( siège )ไปด้านหน้า - ด้านหลัง ที่ปรับมักจะอยู่ใต้เบาะ รถบางรุ่นสามารถปรับเบาะขึ้น-ลงได้ หลังจากนั้นจับพวงมาลัยดูว่าระยะพอเหมาะพอเจาะหรือยัง อย่าให้แขนงอมากหรือตึงเกินไป ถ้ายังให้ปรับพนักเอน ส่วนนี้เรียกว่า Dossier ที่ปรับมักจะอยู่ด้านข้าง และลองเอนดูว่าหมอนรองศีรษะ (appui-tête)ตรงหรือยัง หลังจากนั้นให้ปรับกระจกด้านใน - ด้านนอกว่าสามารถมองเห็นดีหรือไม่ กระจกด้านใน (มองหลัง) จะต้องเห็นด้านหลังได้ชัดดี กระจกด้านนอกจะต้องมองเห็นมุมท้ายรถได้ดี ต่อมาให้คาดเข็มขัดนิรภัย หันไปดูผู้โดยสารทุกคนว่าคาดเข็มขัดถูกต้องหรือไม่ การคาดเข็มขัดนิรภัยที่ถูกต้อง เข็มขัดนิรภัยจะต้องไม่บิดเป็นเกลียว บ่อยครั้ง inspecteur จะแกล้งคาดเข็มขัดบิดเป็นเกลียวให้สังเกตดีๆ อย่าสักแต่ดูผ่านๆ หลังจากนั้น ให้ใช้ประโยคหากินว่า
Avez-vous attacher la ceinture de sécurité (อาเว-วู้ ซาทาซเฌ่ ลา แซง / ซัง ตูเรอ เดอ เซคูรีเต้) ตัว v จะออกเสียงกึ่งๆระหว่าง ฝ กับ ว เอาตามถนัดค่ะ
หรือจะบอกในตอนที่เรากำลังคาดเข็มขัด โดยการออกคำสั่งทุกคนว่า Attachez vos ceintures, s'il vous plait ! (อาต๊าซเช่ โว๊เตรอ แซ็ง/ซัง ตูเรอ ซิลวูเปล)
หันไปดูผู้โดยสารทุกคนว่าคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้อง ต่อด้วยประโยค êtes-vous prêts? (เอ๊ด-วู เพร๊ส?) พอทุกคนตอบ ก็เริ่มออกตัวได้
*** ขั้นตอนปรับที่นั่งสำคัญมากอย่าทำผิดขั้นตอน ไม่งั้นคะแนน 2 คะแนนจะหายไปตามสายลม***
ถ้าอ่านแล้วยังงงสำหรับขั้นตอนการปรับที่นั่งให้ดูตามวีดีโอใน youtube เช่น
https://www.youtube.com/watch?v=uMdRuHufcxo หรือ https://www.youtube.com/watch?v=TaeTz_BzzLo หรือพิมพ์คำว่า "installation au poste de conduite"
**ข้อควรระวัง คือการหมุนพวงมาลัย ต้องหมุนพวงมาลัยให้ถูกต้อง และอย่าเลี้ยงคลั๊ซเมื่อไม่ต้องการให้รถดับ หรือกำลังอยู่ในวงเวียน เพราะติด E**
การเตรียมตัวเรื่องสนามสอบ มีคำแนะนำคือ
1. ให้ขอติดรถคนอื่นที่ไปลองสนามสอบบ่อยๆ เพราะครูมักจะชี้ให้ดูจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และดูข้อบกพร่องของคนอื่น เราจะได้ระวัง
2. ใช้ google street view ให้เกิดประโยชน์คอยส่องถนน ส่องป้าย
การเตรียมตัวสอบ
ทำใจให้สบาย อย่าเครียด อย่าหมกมุ่น อย่ากังวลไปกับคำถามนอกรถ-ในรถเพราะมันไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือช่วงเวลาที่คุณขับรถ พยายามควบคุมสติและสมาธิในช่วงเวลา 32 - 35 นาที ให้ได้ วันก่อนสอบควรออกจะไปออกกำลังกาย shopping ดูหนัง อ่านหนังสือ นอนอืด ให้คลายเครียดที่สุดอย่ากดดันตนเอง ส่วนใหญ่ที่พลาดกันไม่ใช่เพราะว่าอุปสรรคทางด้านภาษา แต่เป็นเพราะ วิตกจริต กดดันตัวเอง เกินไป ถ้าทำได้ชิวๆ ไม่ตั้งความหวัง ในวันสอบมักจะทำได้ดี
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ใบประเมินการสอบขับ ( La grille d'évaluation de l'examen du permis de conduire)
ตัวอย่าง ใบประเมินการสอบขับรถในประเทศฝรั่งเศส
คะแนนสูงที่สุดคือ 31 คะแนน ผู้สมัครจะต้องได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 20 คะแนนขึ้นไป โดยที่จะต้องไม่ติด E หรือ erreurs éliminatoires หรือคือ การปรับตก ผลสอบจะผ่านไม่ผ่าน ดูที่ด้านบนซ้ายมือตรงคำว่า FAVORABLE (ผ่าน) หรือ INSUFFISANT (ไม่ผ่าน) เวลาที่ใช้ในการสอบขับโดยประมาณ 32 นาที
การประเมินหลักๆ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ
1. Connaître et maîtriser son véhicule ความเข้าใจและความสามารถในการควบคุมรถ 8 คะแนน
1.1 Savoir s’installer et assurer la sécurité à bord 2 คะแนน
สามารถติดตั้งพวกเบาะรถ ปรับพนักเบาะได้อย่างถูกต้อง ตามขั้นตอน อ่านและเข้าใจสัญญานเตือนต่างๆในรถยนต์ ตลอดจนความปลอดภัยของผู้โดยสารในรถ เช่น ต้องดูว่าผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยได้อย่างถูกต้อง สายคาดไม่บิดเกลียว ลมยางเหมาะสม กระจกถูกตำแหน่ง มองเห็นได้ดี
1.2 Effectuer des vérifications des véhicules 3 คะแนน
ก็คือคำถามในรถ 1 คำถาม นอกรถ 1 คำถาม
1.3 Connaître et utiliser les commandes 3 คะแนน
การใช้เพดาน (คัน) รถได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น คันเบรค เพดานคลั๊ซ คันเร่ง เช่น ไม่เลี้ยงเพดานคลั๊ซในขณะเข้าวงเวียน ไม่เหยียบคลั๊ซ เมื่อไม่ต้องการให้รถดับ การเข้าเกียร์ให้ถูกต้อง
คะแนนตรงนี้มี 4 อันดับ E,0,1,2,3
2. Appréhender la route มีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ถนนได้อย่างถูกต้อง 9 คะแนน
2.1 Prendre l’information 3 คะแนน
อ่านข้อมูล เช่น อ่านป้ายจราจรบนถนน ป้ายเส้นทาง
2.2 Adapter son allure aux circonstances 3 คะแนน
การปรับเปลี่ยนความเร็วให้เข้ากับสถานการณ์
2.3 Appliquer la réglementation 3 คะแนน
การปฏิบัติตามกฎจราจร
3.1 Partager la route avec les autres usagers การแบ่งปันถนนกับผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ 12 คะแนน
- Communiquer avec les autres usagers 3 คะแนน
การสื่อสารกับผู้ใช้ถนนอื่นๆ เช่น การเปิดไฟเลี้ยว
- Partager la chaussée 3 คะแนน
การแบ่งปันการใช้พื้นถนน
- Maintenir des espaces de sécurité 3 คะแนน
รักษาระยะปลอดภัย
คะแนนตรงนี้มี 4 อันดับ E,0,1,2,3
3.2 l’autonomie et la conscience des risques การพึ่งพาตนเองและความเสี่ยงของเหตุการณ์เฉพาะหน้า 3 คะแนน
- L’analyse des situations การประเมินสถานการณ์ 1 คะแนน
- L’adaptation aux situations การปรับเปลี่ยนต่อสถานการณ์ 1 คะแนน
- Conduite autonome การขับรถโดยพึ่งพาตนเอง 1 คะแนน
รวมทั้งหมด 31 คะแนน
คะแนนสูงที่สุดคือ 31 คะแนน ผู้สมัครจะต้องได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 20 คะแนนขึ้นไป โดยที่จะต้องไม่ติด E หรือ erreurs éliminatoires หรือคือ การปรับตก ผลสอบจะผ่านไม่ผ่าน ดูที่ด้านบนซ้ายมือตรงคำว่า FAVORABLE (ผ่าน) หรือ INSUFFISANT (ไม่ผ่าน) เวลาที่ใช้ในการสอบขับโดยประมาณ 32 นาที
การประเมินหลักๆ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ
1. Connaître et maîtriser son véhicule ความเข้าใจและความสามารถในการควบคุมรถ 8 คะแนน
1.1 Savoir s’installer et assurer la sécurité à bord 2 คะแนน
สามารถติดตั้งพวกเบาะรถ ปรับพนักเบาะได้อย่างถูกต้อง ตามขั้นตอน อ่านและเข้าใจสัญญานเตือนต่างๆในรถยนต์ ตลอดจนความปลอดภัยของผู้โดยสารในรถ เช่น ต้องดูว่าผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยได้อย่างถูกต้อง สายคาดไม่บิดเกลียว ลมยางเหมาะสม กระจกถูกตำแหน่ง มองเห็นได้ดี
1.2 Effectuer des vérifications des véhicules 3 คะแนน
ก็คือคำถามในรถ 1 คำถาม นอกรถ 1 คำถาม
1.3 Connaître et utiliser les commandes 3 คะแนน
การใช้เพดาน (คัน) รถได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น คันเบรค เพดานคลั๊ซ คันเร่ง เช่น ไม่เลี้ยงเพดานคลั๊ซในขณะเข้าวงเวียน ไม่เหยียบคลั๊ซ เมื่อไม่ต้องการให้รถดับ การเข้าเกียร์ให้ถูกต้อง
คะแนนตรงนี้มี 4 อันดับ E,0,1,2,3
2. Appréhender la route มีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ถนนได้อย่างถูกต้อง 9 คะแนน
2.1 Prendre l’information 3 คะแนน
อ่านข้อมูล เช่น อ่านป้ายจราจรบนถนน ป้ายเส้นทาง
2.2 Adapter son allure aux circonstances 3 คะแนน
การปรับเปลี่ยนความเร็วให้เข้ากับสถานการณ์
2.3 Appliquer la réglementation 3 คะแนน
การปฏิบัติตามกฎจราจร
3.1 Partager la route avec les autres usagers การแบ่งปันถนนกับผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ 12 คะแนน
- Communiquer avec les autres usagers 3 คะแนน
การสื่อสารกับผู้ใช้ถนนอื่นๆ เช่น การเปิดไฟเลี้ยว
- Partager la chaussée 3 คะแนน
การแบ่งปันการใช้พื้นถนน
- Maintenir des espaces de sécurité 3 คะแนน
รักษาระยะปลอดภัย
คะแนนตรงนี้มี 4 อันดับ E,0,1,2,3
3.2 l’autonomie et la conscience des risques การพึ่งพาตนเองและความเสี่ยงของเหตุการณ์เฉพาะหน้า 3 คะแนน
- L’analyse des situations การประเมินสถานการณ์ 1 คะแนน
- L’adaptation aux situations การปรับเปลี่ยนต่อสถานการณ์ 1 คะแนน
- Conduite autonome การขับรถโดยพึ่งพาตนเอง 1 คะแนน
Les points bonus คะแนนโบนัส 2 คะแนน
1. Courtoisie au volant ก็คือ มารยาทในการใช้รถใช้ถนน 1 คะแนน
รู้ว่าเมื่อไหร่ควรชะลอ ให้ทางรถยนต์คันอื่น หยุดให้คนข้ามถนนในขณะที่คนข้ามถนนกำลังข้ามถนน ถึงแม้ว่า เขาไม่ได้รีบที่จะข้าม แต่ถ้าเป็นกรณีที่เขารอข้ามถนนนอกทางม้าลายหรือไฟแดงสำหรับคนข้าม เราไม่ต้องหยุดรอให้เขาข้าม ไม่งั้นมีโอกาสที่จะติด E แน่นอนยกเว้นในกรณีที่เขาบังคับเราให้หยุดเพื่อให้เขาข้าม แบบนั้นไม่นับเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย2. Conduite économique et respectueuse de l'environnement การขับรถโดยประหยัดทั้งเงินทั้งน้ำมัน 1 คะแนน
หลักๆก็คือการทำอย่างไรที่จะใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด ความหมายก็คือ ทำอย่างไรที่จะประหยัดเงินในกระเป๋าและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ให้น้อยที่สุด ใช้น้ำมันน้อยที่สุดรวมทั้งหมด 31 คะแนน
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ตารางความเร็วที่ใช้สูงสุดบนถนน
ในเมือง
Agglomération
|
นอกเมือง
ไม่มีรั้วเหล็กกั้นตรงกลาง
(ปกติ 2 เลนสวนทาง)
|
นอกเมือง มีรั้วเหล็กกั้นตรงกลาง
(ปกติ 4 เลน)
les routes à accès réglementé / Voie rapide |
ทางด่วน
Autoroute
|
มือใหม่
Jeune conducteur
|
80
|
100
|
110
|
แดดออก / ครึ้มฟ้าครึ้มฝน
|
90
|
110
|
130
|
ฝนกำลังตก
Il pleut
|
80
|
100
|
110
|
หมอก
Brouillard
|
50
|
50
|
50
|
** ถ้าหากถนนเปียกแต่ฝนไม่ตกให้ใช้ความเร็วแบบปกติที่ถนนแห้ง แต่ในสถานการณ์จริงคุณควรลดความเร็ว***
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วงเวียน
วงเวียนมี 2 แบบ คือ
1. Carrefour à sens giratoire
กฎบอกว่า วงเวียนประเภทนี้จะต้องให้ทางรถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน ทฤษฎีบอกว่าวงเวียนประเภทนี้ไม่จำเป็นจะต้องชะลอรถ ไม่จำเป็นต้องมองด้านซ้าย การเปลี่ยนเลนในวงเวียนเพื่อออกจากวงเวียนใช้ไฟเลี้ยวเป็นการสื่อสารระหว่าง กัน แต่ในความเป็นจริงในการขับและการสอบต้องชะลอรถและมองซ้ายไว้เสมอ ให้ทางรถที่มาจากทางซ้าย (รถที่อยู่ในวงเวียน) ไปก่อน หมายความว่า รถที่อยู่ในวงเวียนเป็น priorité พรีโอรีเต้ ดังนั้นรถที่กำลังจะเข้าวงเวียนจะต้องให้ทางกับรถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
Image : http://inforoutes.loire-atlantique.fr/jcms/regles-de-conduite-pour-emprunter-un-giratoire-fr-p2_7080
ป้ายที่จะต้องเจอในวงเวียน Carrefour à sens giratoire
Image http://eduscol.education.fr/education-securite-routiere/spip.php?article203
2. Rond point
กฎบอกว่า ต้องให้รถที่อยู่ทางขวามือไปก่อน rond point ที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ปารีส มีชื่อว่า Place de l'Etoile หมายความว่า รถที่อยู่ในวงเวียนไม่ใช่ priorité พรีโอรีเต้ ดังนั้นรถที่อยู่ในวงเวียนจะต้องให้ทางกับรถที่กำลังจะเข้าวงเวียนไปก่อน ดังนั้น รถที่กำลังจะเข้าวงเวียนเป็น priorité พรีโอรีเต้
Image : http://www.turbo.fr/actualite-automobile/380756-insolite-americains-aiment-ronds-points/
ป้ายที่จะต้องเจอในวงเวียน Rond point
Image : http://longuetraine.fr/?article6/ronds-points
*** สิ่งที่แตกต่างระหว่าง rond point และ Carrefour à sens giratoire คือ rond point จะไม่มีเส้นบนพื้นถนนและป้ายบอกว่าจะต้องให้ทาง***
กฎบอกว่า ต้องให้รถที่อยู่ทางขวามือไปก่อน rond point ที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ปารีส มีชื่อว่า Place de l'Etoile หมายความว่า รถที่อยู่ในวงเวียนไม่ใช่ priorité พรีโอรีเต้ ดังนั้นรถที่อยู่ในวงเวียนจะต้องให้ทางกับรถที่กำลังจะเข้าวงเวียนไปก่อน ดังนั้น รถที่กำลังจะเข้าวงเวียนเป็น priorité พรีโอรีเต้
Image : http://www.turbo.fr/actualite-automobile/380756-insolite-americains-aiment-ronds-points/
ป้ายที่จะต้องเจอในวงเวียน Rond point
Image : http://longuetraine.fr/?article6/ronds-points
*** สิ่งที่แตกต่างระหว่าง rond point และ Carrefour à sens giratoire คือ rond point จะไม่มีเส้นบนพื้นถนนและป้ายบอกว่าจะต้องให้ทาง***
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
การเรียนขับรถกับผู้ที่มีใบอนุญาติขับรถยนต์แล้ว ( la conduite accompagnée)
แบ่งได้ 3 ประเภท
1. l'apprentissage anticipé à la conduite (AAC)
2. la Conduite encadrée
3. la conduite supervisée (CS)
ในที่นี้จะข้ามการเรียนขับรถแบบ la Conduite encadrée ไป เพราะเป็นการเรียนขับรถเพื่อประกอบอาชีพ
la conduite supervisée (CS)
คุณสมบัติและเงื่อนไข
- นักเรียนจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
- ผู้สอนขับรถ (L'accompagnateur ) จะต้องมีใบอนุญาติขับรถมาอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป และไม่เคยถูกยกเลิกใบขับขี่หรือไม่เคยเป็นโมฆะ ใน 5 ปีก่อนหน้านี้
- นักเรียน 1 คนสามารถมีผู้สอนหลายคนได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวเสมอไป
- รถยนต์ที่ใช้สำหรับสอนจะต้องมีการติดสติกเกอร์คำว่า "conduite accompagnée"ไว้หลังรถ
- ผู้สอนจะต้องทำข้อตกลงและได้รับความยินยอม (un accord préalable sur l'extension de garanti )กับทางบริษัทประกันว่ามีการใช้รถยนต์เพื่อทำ "conduite supervisée" โดยที่บริษัทประกันจะต้องเอกสารระบุชื่อนักเรียน ว่ากำลังใช้รถเพื่อเรียน และรถคันนี้อยู่ในประกัน
- หลังจากอบรมเบื้องต้น (formation initiale) ทางโรงเรียนสอนขับรถจะต้องให้ใบรับรอง l'attestation de fin de formation (AFFI) แนบใน le livret d'apprentissage บางโรงเรียนไม่ต้องทำการอบรม
- จะต้องมีใบอนุญาติจากครูผู้สอนขับรถจากโรงเรียนสอนขับรถว่านักเรียนสามารถ ขับรถได้ ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาติจะต้องทำนัดกับทางโรงเรียน 1-2 h เพื่อครูจะได้ประเมิน
ผู้ที่เคยสอบขับตกสามารถเรียนแบบ CS ได้
การเรียนขับรถ (Conduite accompagnée)
ความ เร็วในการขับรถ บนทางด่วน (autoroute) 110 km/h จากปกติ 130 km/h ,ทางพิเศษ 100 km/h จากปกติ 110 km/h,ทางธรรมดา 80 km/h จากปกติ 90 km/h,ในเมือง 50 km/h
ดังนั้นในรถจะต้องมีเอกสาร เวลาที่มีการเรียกตรวจ
1.le livret d'apprentissage
2.l'autorisation de conduire en conduite supervisée อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
3.la lettre d'accord pour l'apprentissage de la conduite supervisée ออกโดยบริษัทประกัน
4.l'attestation de fin de formation initiale ใบสีชมพู อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
ระหว่างที่ เรียนขับแบบนี้สามารถเรียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะสอบผ่าน การเรียนขับแบบนี้นิยมใช้กับนักเรียนที่ผ่านโค้ดแล้วแต่สอบขับยังไม่ผ่าน
พอ สอบผ่านแล้ว ทางโรงเรียนจะต้องให้ l'attestation de fin de conduite accompagnée ใบสีชมพู เพื่อใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกัน อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
*** ช่วง la période probatoire ของการเรียนขับแบบ CS / classique คือ 3 ปีไม่ใช่ 2 ปี ส่วนการเรียนขับแบบ AAC ช่วง la période probatoire คือ 2 ปี******
อ้างอิง : https://www.service-public.fr/particuliers/vosdroits/F21012
l'apprentissage anticipé à la conduite (AAC)
คุณสมบัติและเงื่อนไข
- นักเรียนจะต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี และอายุอย่างน้อย 17 ปีครึ่งสำหรับการสอบในภาคปฏิบัติ (สอบขับ) สำหรับใบขับขี่ประเภท B
- ผู้สอนขับรถ (L'accompagnateur ) จะต้องมีใบอนุญาติขับรถมาอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป และไม่เคยถูกยกเลิกใบขับขี่หรือไม่เคยเป็นโมฆะ ใน 5 ปีก่อนหน้านี้
- นักเรียน 1 คนสามารถมีผู้สอนหลายคนได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวเสมอไป
- รถยนต์ที่ใช้สำหรับสอนจะต้องมีการติดสติกเกอร์คำว่า "conduite accompagnée" ไว้หลังรถ
- ผู้สอนจะต้องทำข้อตกลงและได้รับความยินยอมกับทางบริษัทประกันว่ามีการใช้รถ ยนต์เพื่อทำ "conduite accompagnée" หากในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง บริษัทประกันมีสิทธ์ที่จะปฎิเสธชดใช้ค่าเสียหาย
ขั้นตอน
A. การอบรมจะมี 3 ขั้น
ขั้นที่ 1 คือการอบรมเบื้องต้น (formation initiale) กับทางโรงเรียนสอนขับรถ
ขั้นที่ 2 คนสอนจะต้องเป็นผู้ใหญ่ (บรรลุนิติภาวะ)
ขั้นที่ 3 การแสดงตัวเพื่อสอบใบอนุญาติขับขี่
การอบรมเบื้องต้น (Formation initiale)
นัก เรียนจะต้องถูกประเมินผลก่อนเรียน ในช่วงนี้ชม.การเรียนน้อยกว่า 20h หลังครบกำหนดนักเรียนจะต้องไปสอบภาคทฤษฎี หรือสอบโค้ด และนักเรียนจะได้รับใบรับรองว่าสิ้นสุดการอบรม (l'attestation de fin de formation initiale)
การเรียนขับรถ (Conduite accompagnée)
นักเรียนจะต้องเรียนขับรถกับคนสอนไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลเมตร
ความ เร็วในการขับรถ บนทางด่วน (autoroute) 110 km/h จากปกติ 130 km/h ,ทางพิเศษ 100 km/h จากปกติ 110 km/h,ทางธรรมดา 80 km/h จากปกติ 90 km/h,ในเมือง 50 km/h
การควบคุมในระหว่างเรียนขับรถ(Contrôle au cours de la formation)
จะต้องทำการประเมินผลการขับรถระหว่างเรียนกับทางโรงเรียนสอนขับรถ 3 ครั้ง ( 3 rendez-vous pédagogiques)
- นัดครั้งแรก นักเรียน ผู้สอน ครูสอนขับรถของโรงเรียน (le moniteur) อย่างน้อย 2h
- นัดครั้งที่ 2 ราวๆ 6-8 เดือนหลังจากเริ่มเรียนหรือราวๆหลังจากเรียนขับไปได้ 1,000 กิโลเมตร
- นัดครั้งที่ 3 หลังจากเรียนขับไปได้แล้ว 3,000 กิโลเมตร
การประเมินผลทุกครั้งจะต้องทำการจดบันทึกไว้ใน un livret d'apprentissage
การสอบภาคปฎิบัติ (สอบขับ)
นัก เรียนจะต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปีครึ่ง และถ้าหากสอบผ่าน นักเรียนสามารถเริ่มขับได้เมื่อบรรลุนิติภาวะ (อายุ 18 ปีบริบูรณ์) เมื่อนักเรียนสอบได้ใบขับขี่แล้ว ทางโรงเรียนจะต้องออกใบรับรอง หรือที่เรียกว่า l'attestation de fin de conduite accompagnée ซึ่งจะต้องนำใบนี้ไปแสดงต่อบริษัทประกันต่อไป เพื่อเป็นส่วนลดค่าประกัน
ดังนั้นในรถจะต้องมีเอกสาร เวลาที่มีการเรียกตรวจ
1.le livret d'apprentissage
2.l'autorisation de conduire en conduite accompagnée อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
3.la lettre d'accord pour l'apprentissage de la conduite accompagnée ออกโดยบริษัทประกัน
4.l'attestation de fin de formation initiale ใบสีชมพู อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
*** ช่วง la période probatoire ของการเรียนขับแบบ AAC คือ 2 ปีไม่ใช่ 3 ปี ต่างกับการเรียนขับแบบธรรมดาและ CS ******
อ้างอิง : http://vosdroits.service-public.fr/particuliers/F2826.xhtml
1. l'apprentissage anticipé à la conduite (AAC)
2. la Conduite encadrée
3. la conduite supervisée (CS)
ในที่นี้จะข้ามการเรียนขับรถแบบ la Conduite encadrée ไป เพราะเป็นการเรียนขับรถเพื่อประกอบอาชีพ
la conduite supervisée (CS)
คุณสมบัติและเงื่อนไข
- นักเรียนจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
- ผู้สอนขับรถ (L'accompagnateur ) จะต้องมีใบอนุญาติขับรถมาอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป และไม่เคยถูกยกเลิกใบขับขี่หรือไม่เคยเป็นโมฆะ ใน 5 ปีก่อนหน้านี้
- นักเรียน 1 คนสามารถมีผู้สอนหลายคนได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวเสมอไป
- รถยนต์ที่ใช้สำหรับสอนจะต้องมีการติดสติกเกอร์คำว่า "conduite accompagnée"ไว้หลังรถ
- ผู้สอนจะต้องทำข้อตกลงและได้รับความยินยอม (un accord préalable sur l'extension de garanti )กับทางบริษัทประกันว่ามีการใช้รถยนต์เพื่อทำ "conduite supervisée" โดยที่บริษัทประกันจะต้องเอกสารระบุชื่อนักเรียน ว่ากำลังใช้รถเพื่อเรียน และรถคันนี้อยู่ในประกัน
- หลังจากอบรมเบื้องต้น (formation initiale) ทางโรงเรียนสอนขับรถจะต้องให้ใบรับรอง l'attestation de fin de formation (AFFI) แนบใน le livret d'apprentissage บางโรงเรียนไม่ต้องทำการอบรม
- จะต้องมีใบอนุญาติจากครูผู้สอนขับรถจากโรงเรียนสอนขับรถว่านักเรียนสามารถ ขับรถได้ ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาติจะต้องทำนัดกับทางโรงเรียน 1-2 h เพื่อครูจะได้ประเมิน
ผู้ที่เคยสอบขับตกสามารถเรียนแบบ CS ได้
การเรียนขับรถ (Conduite accompagnée)
ความ เร็วในการขับรถ บนทางด่วน (autoroute) 110 km/h จากปกติ 130 km/h ,ทางพิเศษ 100 km/h จากปกติ 110 km/h,ทางธรรมดา 80 km/h จากปกติ 90 km/h,ในเมือง 50 km/h
ดังนั้นในรถจะต้องมีเอกสาร เวลาที่มีการเรียกตรวจ
1.le livret d'apprentissage
2.l'autorisation de conduire en conduite supervisée อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
3.la lettre d'accord pour l'apprentissage de la conduite supervisée ออกโดยบริษัทประกัน
4.l'attestation de fin de formation initiale ใบสีชมพู อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
ระหว่างที่ เรียนขับแบบนี้สามารถเรียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะสอบผ่าน การเรียนขับแบบนี้นิยมใช้กับนักเรียนที่ผ่านโค้ดแล้วแต่สอบขับยังไม่ผ่าน
พอ สอบผ่านแล้ว ทางโรงเรียนจะต้องให้ l'attestation de fin de conduite accompagnée ใบสีชมพู เพื่อใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกัน อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
*** ช่วง la période probatoire ของการเรียนขับแบบ CS / classique คือ 3 ปีไม่ใช่ 2 ปี ส่วนการเรียนขับแบบ AAC ช่วง la période probatoire คือ 2 ปี******
อ้างอิง : https://www.service-public.fr/particuliers/vosdroits/F21012
l'apprentissage anticipé à la conduite (AAC)
คุณสมบัติและเงื่อนไข
- นักเรียนจะต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี และอายุอย่างน้อย 17 ปีครึ่งสำหรับการสอบในภาคปฏิบัติ (สอบขับ) สำหรับใบขับขี่ประเภท B
- ผู้สอนขับรถ (L'accompagnateur ) จะต้องมีใบอนุญาติขับรถมาอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป และไม่เคยถูกยกเลิกใบขับขี่หรือไม่เคยเป็นโมฆะ ใน 5 ปีก่อนหน้านี้
- นักเรียน 1 คนสามารถมีผู้สอนหลายคนได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวเสมอไป
- รถยนต์ที่ใช้สำหรับสอนจะต้องมีการติดสติกเกอร์คำว่า "conduite accompagnée" ไว้หลังรถ
- ผู้สอนจะต้องทำข้อตกลงและได้รับความยินยอมกับทางบริษัทประกันว่ามีการใช้รถ ยนต์เพื่อทำ "conduite accompagnée" หากในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง บริษัทประกันมีสิทธ์ที่จะปฎิเสธชดใช้ค่าเสียหาย
ขั้นตอน
A. การอบรมจะมี 3 ขั้น
ขั้นที่ 1 คือการอบรมเบื้องต้น (formation initiale) กับทางโรงเรียนสอนขับรถ
ขั้นที่ 2 คนสอนจะต้องเป็นผู้ใหญ่ (บรรลุนิติภาวะ)
ขั้นที่ 3 การแสดงตัวเพื่อสอบใบอนุญาติขับขี่
การอบรมเบื้องต้น (Formation initiale)
นัก เรียนจะต้องถูกประเมินผลก่อนเรียน ในช่วงนี้ชม.การเรียนน้อยกว่า 20h หลังครบกำหนดนักเรียนจะต้องไปสอบภาคทฤษฎี หรือสอบโค้ด และนักเรียนจะได้รับใบรับรองว่าสิ้นสุดการอบรม (l'attestation de fin de formation initiale)
การเรียนขับรถ (Conduite accompagnée)
นักเรียนจะต้องเรียนขับรถกับคนสอนไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลเมตร
ความ เร็วในการขับรถ บนทางด่วน (autoroute) 110 km/h จากปกติ 130 km/h ,ทางพิเศษ 100 km/h จากปกติ 110 km/h,ทางธรรมดา 80 km/h จากปกติ 90 km/h,ในเมือง 50 km/h
การควบคุมในระหว่างเรียนขับรถ(Contrôle au cours de la formation)
จะต้องทำการประเมินผลการขับรถระหว่างเรียนกับทางโรงเรียนสอนขับรถ 3 ครั้ง ( 3 rendez-vous pédagogiques)
- นัดครั้งแรก นักเรียน ผู้สอน ครูสอนขับรถของโรงเรียน (le moniteur) อย่างน้อย 2h
- นัดครั้งที่ 2 ราวๆ 6-8 เดือนหลังจากเริ่มเรียนหรือราวๆหลังจากเรียนขับไปได้ 1,000 กิโลเมตร
- นัดครั้งที่ 3 หลังจากเรียนขับไปได้แล้ว 3,000 กิโลเมตร
การประเมินผลทุกครั้งจะต้องทำการจดบันทึกไว้ใน un livret d'apprentissage
การสอบภาคปฎิบัติ (สอบขับ)
นัก เรียนจะต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปีครึ่ง และถ้าหากสอบผ่าน นักเรียนสามารถเริ่มขับได้เมื่อบรรลุนิติภาวะ (อายุ 18 ปีบริบูรณ์) เมื่อนักเรียนสอบได้ใบขับขี่แล้ว ทางโรงเรียนจะต้องออกใบรับรอง หรือที่เรียกว่า l'attestation de fin de conduite accompagnée ซึ่งจะต้องนำใบนี้ไปแสดงต่อบริษัทประกันต่อไป เพื่อเป็นส่วนลดค่าประกัน
ดังนั้นในรถจะต้องมีเอกสาร เวลาที่มีการเรียกตรวจ
1.le livret d'apprentissage
2.l'autorisation de conduire en conduite accompagnée อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
3.la lettre d'accord pour l'apprentissage de la conduite accompagnée ออกโดยบริษัทประกัน
4.l'attestation de fin de formation initiale ใบสีชมพู อยู่ใน le livret d'apprentissage ประทับตราของโรงเรียน และลายเซ็นของ Moniteur
*** ช่วง la période probatoire ของการเรียนขับแบบ AAC คือ 2 ปีไม่ใช่ 3 ปี ต่างกับการเรียนขับแบบธรรมดาและ CS ******
อ้างอิง : http://vosdroits.service-public.fr/particuliers/F2826.xhtml
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









